Activity & News

Smart City เมืองสุดฉลาด ที่สร้างโอกาสทางธุรกิจและความสำเร็จใหม่ๆ มากมาย

แนวคิด “เมืองอัจฉริยะ” ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ได้เชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตไปสู่ทุกสรรพสิ่ง อุปกรณ์รอบ ๆ ตัวได้กลายเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ สามารถรองรับการใช้ชีวิตแบบใหม่ได้ลงตัว ทำให้ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงบริการต่างๆ ที่เคยมีข้อจำกัดทางด้านระยะทาง ก็ได้มีการพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ขึ้นเพื่อขจัด pain point เหล่านี้ ทำให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลสามารถใช้บริการได้รวดเร็วและง่ายขึ้น

เมื่อเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลง และรูปแบบชีวิตที่เปลี่ยนไป จึงเป็นโอกาสที่ทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้น รวมทั้งการพัฒนาธุรกิจที่มีอยู่ให้ดีขึ้น นวัตกรรมที่ทำให้ชีวิตสะดวกและง่ายขึ้น ในแง่ของผู้ประกอบการจึงเป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจและความสำเร็จใหม่ๆ กับการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ธุรกิจที่น่าจับตามองสำหรับ Smart City ประกอบด้วย 3 กลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่

  • Smart Security + Smart City = Safe City เมื่ออุปกรณ์ในบ้านได้กลายเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่สามารถทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ ทั้งการปิดเปิดด้วยตัวเอง ส่งสัญญาณเตือนได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอพพลิเคชั่น ตรวจสอบได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และสามารถเข้าถึงผู้คนครอบคลุมในวงกว้าง เช่น กล้องวงจรปิดระบบจดจำใบหน้า ที่ช่วยระบุตัวตนผู้คนได้ชัดเจนมากขึ้น ทำให้การดูแลรักษาความปลอดภัยทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมืองอัจฉริยะกลายเป็นเมืองแห่งความปลอดภัยและสามารถตรวจสอบได้จากทุกที่ด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  • Smart Education จากรูปแบบการศึกษาเล่าเรียนแบบเดิมที่ต้องจัดสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน โดยให้ผู้เรียนและผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเดินทางไปเรียน จึงเป็นข้อจำกัดทำให้ผู้อยู่ห่างไกลไม่มีโอกาส แต่เมื่อได้มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมที่ช่วยจัดการและพัฒนาการศึกษาทำให้การศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้น การศึกษาแบบใหม่ก็ไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป เช่น หลักสูตรการพัฒนาครูแบบออนไลน์ หรือการนำข้อมูลมาให้ระบบวิเคราห์เพื่อจัดทำการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับนักเรียนมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้เรียนสามารถศึกษาได้จากทุกที่ ทุกเวลา
  • Smart Healthcare เทคโนโลยีจะมาช่วยยกระดับในการรักษาและดูแลสุขภาพได้ดีขึ้น การนำ Big Data มาใช้เพื่อวิเคราะห์และช่วยยกระดับการบริการและรักษาให้ดียิ่งขึ้น และเมื่อข้อมูลสามารถเชื่อมโยงและรับส่งกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกโรงพยาบาลสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงประวัติการรักษาของคนไข้ได้ ทำให้สามารถรักษาคนไข้ได้อย่างรวดเร็วขึ้นถึงแม้ไม่ใช่โรงพยาบาลที่รักษาประจำ รวมถึงการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์แนวโน้มของสุขภาพได้ก่อนอุบัติการณ์ของโรคต่าง ๆ จึงเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยในการป้องกันดูแลลุขภาพ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น มีอายุยืนขึ้น รวมถึงการสามารถรับการรักษาจากระยะไกลอีกด้วย

ที่มาของเนื้อหา :
(1) Mega Trends, Frost & Sullivan
(2) IFI - Innovation Foresight Institute